ภาพระยะใกล้ของผู้หญิงกำลังมองดอกไม้สีชมพูผ่านแว่นขยาย

การระบุเห็บบนผิวหนัง: แยกชนิดและถอดอย่างปลอดภัย

การสังเกตพบเห็บตั้งแต่เนิ่นๆ และถอดออกให้ถูกวิธีช่วยลดโอกาสเกิดโรคได้อย่างมาก แต่คนส่วนใหญ่มักเห็นแค่จุดดำเล็กๆ แล้วตกใจ หรือมัวชะลอการถอดเห็บเพื่อพยายามระบุชนิด คุณไม่จำเป็นต้องเป็นนักกีฏวิทยามืออาชีพ แต่ควรรู้จักลักษณะของเห็บ พอสังเกตลักษณะสำคัญที่บอกใบ้ชนิดได้ และทำตามขั้นตอนถอดเห็บที่ปลอดภัยอย่างเคร่งครัด บทความนี้เน้นสิ่งที่คุณมองเห็นได้จริงบนผิวหนัง และสิ่งที่ควรทำในไม่กี่นาทีและชั่วโมงถัดไป

วิธีสังเกตว่าเป็นเห็บบนผิวหนัง

เห็บไม่ใช่แมลง และเมื่อรู้สัญญาณแล้วจะเห็นได้ว่าเห็บไม่ได้ดูหรือเคลื่อนไหวเหมือนมดหรือตัวเรือด การเรียนรู้เช็กลิสต์ลักษณะภายนอกสั้นๆ จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าจุดบนขาคือเห็บ ไม่ใช่คราบสกปรกหรือตัวไรที่ไม่เป็นอันตราย

ส่วนใหญ่ที่คนพบคือเห็บชนิดเปลือกแข็ง ซึ่งมีแผ่นคล้ายโล่บนหลัง ก่อนดูดเลือดตัวจะเรียบ แบน และมีรูปทรงคล้ายเมล็ด ลำตัวมักไม่เห็นแบ่งปล้องชัดเจนแบบแมลง เมื่อติดบนผิวหนัง เห็บจะฝังแค่ส่วนปากเล็กๆ ส่วนลำตัวที่เหลือนูนอยู่บนผิวเหมือนตุ่มเล็กๆ ต่างจากแมงมุมที่เคลื่อนที่เร็ว เห็บที่กำลังดูดเลือดจะเกาะอยู่ที่เดิมหลายชั่วโมง

สีและรูปทรงของเห็บจะเปลี่ยนไปตามการดูดเลือด เห็บที่ยังไม่ได้กินเลือดมักแบนและคล้ายหยดน้ำตา เมื่อตัวเต็มเลือดลำตัวจะพองกลม เรียบ คล้ายผลองุ่นเม็ดเล็ก สีอาจเปลี่ยนเป็นเทาอมฟ้าหรือออกน้ำเงิน ขาอาจมองเห็นยากเมื่อตัวพองเต็ม แต่ให้มองหาวงขาสั้นๆ รอบด้านที่แคบกว่า

เห็บมักเกาะในบริเวณอุ่นและหลบซ่อนง่าย บนร่างกายคนให้ตรวจตามไรผม หลังใบหู รักแร้ รอบเอว ขาหนีบ หลังเข่า และซอกนิ้วเท้า บนสัตว์เลี้ยงให้สังเกตที่ใบหู ใต้ปลอกคอ ซอกนิ้วเท้า รอบริมฝีปากและเปลือกตา ตุ่มครึ่งทรงกลมเล็กๆ ที่ติดแน่นและปัดไม่ออกด้วยปลายนิ้วควรตรวจใกล้ๆ ว่าอาจเป็นเห็บ

วิธีตรวจยืนยันง่ายๆ คือใช้แรงกดเบาๆ ถ้าแตะแล้วรู้สึกแข็ง และดีดไม่หลุด ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นเห็บจนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าไม่ใช่ ใช้แสงสว่างจ้า และถ้ามี ให้ใช้กล้องโทรศัพท์ซูมดูขาและรูปร่างโดยรวม

ลักษณะสำคัญของเห็บที่ช่วยบอกชนิด

ในชีวิตประจำวัน คุณไม่ค่อยจำเป็นต้องรู้ชื่อชนิดทางวิทยาศาสตร์ที่แน่นอน แต่การรู้ลักษณะโดยรวมบางอย่างช่วยประเมินความเสี่ยง และตัดสินใจได้ว่าควรเก็บเห็บไว้ตรวจหรือไม่ เน้นดูลักษณะใหญ่ๆ แทนที่จะเพ่งมองส่วนปากเล็กๆ

ขนาดและระยะการเจริญเติบโตสำคัญมาก ตัวอ่อนเห็บมีขนาดประมาณเม็ดทรายและมีหกขา ระยะตัวกลางจะมีขนาดตั้งแต่เท่าเมล็ดงาดำถึงเมล็ดงา และมีแปดขา เห็บตัวเต็มวัยจะใหญ่กว่า หนาแน่นขึ้น เมื่อยังไม่ได้กินเลือดจะยาวไม่กี่มิลลิเมตร และมองเห็นเป็น “เห็บ” ตามภาพจำได้ชัด การแพร่เชื้อโรคสู่คนจำนวนมากมาจากเห็บระยะตัวกลางเพราะตัวเล็กและมองข้ามได้ง่ายหลังเดินผ่านพงหญ้าหรือกองใบไม้ ถ้าคุณพบจุดขนาดเท่าหัวเข็มหมุดที่มีขาหลังจากทำกิจกรรมกลางแจ้งให้ถือว่าเป็นเห็บระยะตัวกลางไว้ก่อน

ลวดลายลำตัวและสีของแผ่นโล่คือเบาะแสถัดมา เห็บขายาวบางชนิดที่เป็นพาหะโรคบางโรคในบางพื้นที่มักมีแผ่นโล่ใกล้ส่วนหัวสีดำเข้มหรือเกือบดำ และส่วนลำตัวด้านหลังเป็นสีน้ำตาลแดง ตรงข้ามกับเห็บสุนัขและเห็บชนิดใกล้เคียงบางชนิดที่บนหลังมีลายด่างหรือเป็นลายประดับสีอ่อน ดูคล้ายลวดลายเล็กๆ เห็บสีน้ำตาลเรียบค่อนข้างสม่ำเสมอ ไม่มีลายสว่างโดดเด่น อาจเป็นเห็บสุนัขสีน้ำตาลหรือชนิดที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงในบ้านชนิดอื่น

ตำแหน่งที่พบและร่างกายเจ้าบ้านก็ช่วยเดาได้ เห็บที่ดึงออกจากใบหูหรือปลอกคอสุนัขหลังกลับจากกรงเลี้ยงหรือสนามบ้าน มักเป็นเห็บที่เกี่ยวข้องกับสุนัข ขณะที่เห็บที่พบที่ข้อเท้าหรือน่องหลังเดินป่าตามทางรกทึบในป่า มักเป็นเห็บที่อาศัยในป่าหรือพุ่มไม้ เห็บที่เกาะบนหนังศีรษะหรือหลังเข่าหลังเดินผ่านหญ้าสูง มักเป็นชนิดที่รอเกาะตามพืชและคว้าตัวเมื่อคุณเดินผ่าน

หากต้องการความมั่นใจมากขึ้น ให้ถ่ายภาพเห็บจากด้านบนอย่างชัดเจนบนพื้นหลังเรียบ ก่อนหรือหลังถอดออก ใส่สิ่งอ้างอิงขนาด เช่น เหรียญหรือไม้บรรทัดในภาพด้วย ภาพเหล่านี้สามารถนำไปเทียบกับคู่มือจำแนกเห็บจากหน่วยงานสาธารณสุข หรือส่งให้หน่วยงานเกษตรหรือสาธารณสุขท้องถิ่นช่วยดูได้ แม้การระบุชนิดแบบชัดเจนมักต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ แต่การใช้เช็กลิสต์ง่ายๆ นี้—ระยะและขนาด สีของแผ่นโล่ ลวดลายลำตัว และบริบทการสัมผัส—ก็เพียงพอสำหรับการตัดสินใจปฏิบัติจริงในเบื้องต้น

การถอดเห็บอย่างปลอดภัย: ทำทีละขั้นตอน

การถอดเห็บให้ถูกต้องสำคัญกว่าการรู้ชนิดทันที เป้าหมายคือเอาเห็บออกให้เร็ว โดยบีบหรือบิดตัวเห็บให้น้อยที่สุด เพราะการบีบตัวเห็บอาจทำให้น้ำลายหรือสิ่งปนเปื้อนจากลำไส้ถูกดันเข้าสู่แผลเพิ่ม หลีกเลี่ยงวิธีพื้นบ้าน และเน้นการดึงออกด้วยเครื่องมือ

เริ่มจากเตรียมอุปกรณ์ ควรใช้แหนบปลายแหลมหรือเครื่องมือถอดเห็บโดยเฉพาะที่หนีบได้ใกล้ผิวหนัง เตรียมกระดาษทิชชู่หรือผ้าก๊อซสะอาด สบู่และน้ำ หรือยาทำความสะอาดผิวหนัง หากตั้งใจเก็บเห็บไว้ตรวจ ให้เตรียมภาชนะปิดสนิทขนาดเล็ก เช่น หลอดแก้วสะอาด หรือถุงพลาสติกใบเล็ก พร้อมแอลกอฮอล์สองสามหยด หรือกระดาษทิชชู่ชุบน้ำหมาดๆ ใส่ไปด้วย

จากนั้นเปิดให้เห็นเห็บชัดๆ แหวกเส้นผมหรือขนสัตว์อย่างระมัดระวัง และเช็ดทำความสะอาดบริเวณรอบๆ ด้วยสบู่และน้ำถ้าจำเป็น แต่ไม่ควรทาอะไรลงบนตัวเห็บโดยตรงก่อนถอด หลีกเลี่ยงการใช้ปิโตรเลียมเจล ยาทาเล็บ แอลกอฮอล์ ความร้อน หรือสารระคายเคืองอื่นๆ เพื่อ “ไล่เห็บให้ปล่อย” เพราะวิธีเหล่านี้อาจทำให้เห็บเครียดและเพิ่มโอกาสส่งผ่านเชื้อโรค

ใช้แหนบหนีบเห็บให้ใกล้ผิวหนังมากที่สุด พยายามหนีบบริเวณที่ส่วนปากฝังเข้าไปในผิว ไม่หนีบบริเวณลำตัวที่พอง ดึงขึ้นด้วยแรงสม่ำเสมอ ช้าๆ และมั่นคง อย่ากระตุก บิด หรือโยกไปมา เพราะแรงดึงช้าๆ แต่นิ่งจะช่วยให้ส่วนปากหลุดออก หากส่วนปากบางส่วนยังติดอยู่ในผิวเป็นจุดดำเล็กๆ ไม่ควรขุดออกแรงๆ ให้ปฏิบัติเหมือนเสี้ยนไม้เล็กๆ คือ ล้างทำความสะอาดเบาๆ ปล่อยให้ร่างกายดันออกเองตามเวลา หรือไปพบแพทย์หากเกิดการระคายเคือง

หลังถอดเห็บออกแล้ว ให้ล้างทำความสะอาดบริเวณที่ถูกกัดและมือของคุณให้ทั่ว ด้วยสบู่และน้ำหรือยาฆ่าเชื้อที่ใช้กับผิวหนังได้ดี จากนั้นตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับเห็บ หากพื้นที่ที่คุณอยู่มีความเสี่ยงโรคจากเห็บ ให้ใส่เห็บลงในภาชนะที่เตรียมไว้ พร้อมจดวัน เวลา ตำแหน่งบนร่างกายที่ถูกกัด และสถานที่ที่คาดว่าได้รับเห็บ ตัวอย่างนี้สามารถนำไปใช้โดยแพทย์หรือห้องปฏิบัติการได้หากจำเป็น หากจะทิ้งให้ห่อเห็บให้แน่นด้วยเทปกาวหรือกดชักโครกทิ้ง อย่าบี้เห็บด้วยมือเปล่า

สุดท้าย จดบันทึกวันที่และเฝ้าดูบริเวณแผลกัดหลายสัปดาห์ สังเกตรอยแดงที่ลามออก ลักษณะผื่น ไข้ อ่อนเพลีย ปวดข้อ หรืออาการผิดปกติอื่นๆ หากไปพบแพทย์ให้นำเห็บที่เก็บไว้ไปด้วย หรืออย่างน้อยรูปถ่ายที่ชัด พร้อมรายละเอียดว่าสัมผัสเห็บที่ไหนและเมื่อไร ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้การวินิจฉัยและการรักษาถูกต้องมากขึ้น

สรุป

การมองออกว่าอะไรคือเห็บบนผิวหนัง รู้จักลักษณะบ่งชี้ของเห็บบางชนิด และถอดออกอย่างถูกวิธี จะช่วยให้คุณควบคุมสถานการณ์ตึงเครียดนี้ได้ดีขึ้น เน้นยืนยันให้ชัดว่าเป็นเห็บ จากนั้นให้ความสำคัญกับการดึงออกอย่างใจเย็น ด้วยเครื่องมือที่เหมาะสม แทนการลองวิธีแปลกๆ ควรเก็บเห็บหรืออย่างน้อยถ่ายรูปให้ชัด จดวัน เวลา และสถานที่ และเฝ้าดูแผลกัดรวมถึงอาการของร่างกาย การลงมือทำง่ายๆ เหล่านี้ เมื่อทำอย่างสม่ำเสมอหลังสัมผัสธรรมชาติ จะช่วยให้การพบเห็บน่ากังวลน้อยลง และลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้มาก

แชร์ผ่าน

XXFacebookFacebookTelegramTelegramInstagramInstagramWhatsAppWhatsApp

บทความที่เกี่ยวข้อง

ภาพระยะใกล้หนอนผีเสื้อมีหนามแหลม

คู่มือจำแนกหนอนผีเสื้อและจับอย่างปลอดภัยในสวนป่า

เรียนรู้วิธีจำแนกหนอนผีเสื้อ จับหนอนมีขนพิษอย่างปลอดภัย แยกชนิดที่ปลอดภัยและอันตรายในสวนและป่า พร้อมเคล็ดลับใช้งานได้จริง

ผีเสื้อกลางคืนเกาะอยู่บนผ้าม่าน

ป้องกันแมลงบินในบ้าน วิธีระบุชนิดและปิดช่องทางเข้า

รู้จักแมลงบินในบ้านแต่ละชนิด พร้อมวิธีป้องกันเน้นต้นเหตุ ปิดช่องทางเข้า ลดแหล่งเพาะพันธุ์ ทำบ้านปลอดภัยและสะอาดยิ่งขึ้น

มดหลายตัวกำลังเดินบนต้นพืช

การจำแนกชนิดมดจากลักษณะ เส้นทางหาอาหาร และรัง

เรียนรู้การจำแนกชนิดมดจากลักษณะ เส้นทางหาอาหาร และรัง เพื่อระบุศัตรูตัวจริงและวางแผนกำจัดอย่างปลอดภัยแม่นยำ

ปรสิตบนลำต้นพืช

รู้ทันศัตรูพืชในสวน: ระบุแมลงและกำจัดอย่างรวดเร็ว

ระบุศัตรูพืชแมลงในสวนให้รวดเร็ว เลือกวิธีกำจัดที่ได้ผล ปกป้องผัก ดอกไม้ และไม้พุ่มในสวนของคุณ คลิกอ่านแนวทางปฏิบัติจริง

ตัวอ่อนด้วงมันฝรั่งโคโลราโดใต้แว่นขยาย

เคล็ดลับจำแนกแมลงจากสี รูปร่าง และพฤติกรรม

เรียนรู้เคล็ดลับสังเกตแมลงจากสี รูปร่าง และพฤติกรรม เพื่อแยกชนิดที่คล้ายกันและระบุแมลงที่พบบ่อยกลางแจ้งได้อย่างรวดเร็ว

ตัวเรือดบนเตียงในห้องนอน

แยกแยะตัวเรือดกับหมัด ดูรูปร่าง รอยกัด และจุดสังเกต

เรียนรู้ความต่างตัวเรือดกับหมัด วิธีสังเกตตัวและรอยกัด เพื่อควบคุมและกำจัดได้รวดเร็วและตรงจุด คลิกอ่านวิธีเช็กเอง

ตัวอย่างหน้าจอแอปจำแนกแมลงบนมือถือ

แอปจำแนกแมลงฟรี – ระบุชนิดแมลงจากรูปถ่าย

ระบุชนิดแมลงจากรูปถ่ายได้ในไม่กี่วินาทีด้วยแอปจำแนกแมลงที่ขับเคลื่อนด้วย AI จำแนกแมลงได้มากกว่า 1,000,000 ชนิด ตั้งแต่แมลงทั่วไป ผีเสื้อ ด้วง ไปจนถึงชนิดอื่น ๆ พร้อมผลลัพธ์ที่รวดเร็วและแม่นยำ คุณจะได้ชื่อที่ชัดเจน ข้อมูลสำคัญ และคำแนะนำด้านความปลอดภัยที่ใช้ได้จริงในแอปเดียว ดูรายละเอียดที่เป็นประโยชน์ เช่น ถิ่นอาศัยและพฤติกรรม เปรียบเทียบชนิดที่หน้าตาคล้ายกัน และบันทึกสิ่งที่พบไว้ดูภายหลัง—เหมาะกับการเดินป่า ทำสวน และสายช่างสงสัย ใช้ได้ทั้ง iOS และ Android

ดาวน์โหลดบน App Storeดาวน์โหลดบน Google Play
ไอคอนแอปจำแนกแมลง

จำแนกแมลง